มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ไว้อาลัย “สตีเฟน ฮอว์คิง”

มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นทั้งสถานที่ศึกษาและทำงานของศ.ดร. สตีเฟน ฮอว์คิง นักฟิสิกส์และจักรวาลวิทยาชื่อดังระดับโลกชาวอังกฤษ ร่วมไว้อาลัยให้กับการจากไปของหนึ่งในอัจฉริยบุคคลแห่งยุค สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเคมบริดจ์ ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่ามหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในเมืองเคมบริดจ์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ลดธงประจำมหาวิทยาลัยลงครึ่งเสา

เพื่อไว้อาลัยให้กับศ.ดร. สตีเฟน ฮอว์คิง ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ทฤษฎีและจักรวาลวิทยาประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งเสียชีวิตอย่างสงบขณะมีอายุได้ 76 ปี ที่บ้านพักในเมืองเคมบริดจ์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังต่อสู้กับอาการป่วยแทรกซ้อนจากโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ( เอแอลเอส ) ขั้นรุนแรงมานานกว่า 5 ทศวรรษขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์จัดสถานที่ลงนามในสมุดไว้อาลัยให้กับคณาจารย์ นักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัยและประชาชนทั่วไป ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมากซึ่งต่อแถวยาวเหยียดและบางส่วนนำช่อดอกไม้มาวางเพื่อแสดงความไว้อาลัยด้วย หนึ่งในนั้นคือนายจัสติน เฮย์วาร์ด ซึ่งมีศ.ดร. ฮอว์คิง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาด้านวิทยานิพนธ์ระดับดุษฎีบัณฑิต ระหว่างปี 2534 ถึง 2538 กล่าวว่าทั้งที่เขาจบการศึกษาไปนานแล้ว แต่ศ.ดร. ฮอว์คิง ยังเดินทางมาร่วมงานแต่งงานของเขาเมื่อปี 2549 เฮย์วาร์ดเผยด้วยว่า อดีตอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาเป็นคนน่ารักและมีอารมณ์ขัน “แต่ยกเว้นเวลาสอนหนังสือ”

ทั้งนี้ ศ.ดร. ฮอว์คิง จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 ในสาขาฟิสิกส์ จากนั้นสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์จนสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตด้านจักรวาลวิทยา เมื่อปี 2508  ศ.ดร.ฮอว์คิงมุ่งมั่นศึกษา “ความหมาย” และ “ที่มาที่ไป” ของเอกภพโดยรวม หรือจักรวาลวิทยา และการศึกษาต่อยอดทฤษฎีสัมพันธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ โดยมุ่งเน้นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลุมดำ นำไปสู่การคิดค้นทฤษฎีสำคัญ คือการบัญญัติทฤษฎีบทว่าด้วยภาวะเอกฐานเชิงความโน้มถ่วง ตามกรอบของทฤษฎีสัมพันธภาพ รวมถึงการแผ่รังสีของวัตถุดำจากหลุมดำ ที่ศ.ดร.ฮอว์คิงเสนอทฤษฎีเมื่อปี 2517 เพื่อยืนยันว่ารังสีดังกล่าวมีอยู่จริง และรังสีนั้นได้รับการขนานนามว่า “รังสีฮอว์คิง” เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าตัว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews